การปลูกมะลิ ความรู้เบื้องต้นที่ควรรู้เกี่ยวข้องก่อนการปลูกมะลิ
ในวันแม่ของทุกๆ ปี สิ่งที่เราเห็นและนึกถึงอยู่เสนอคือพวงมาลัยวันแม่ ซึ่งมักประกอบด้วยดอกไม้หลายชนิด เช่น ดอกมะลิ, จำปี, ดาวเรือง, กุหลาบ, ดอกรัก เป็นต้น แต่ดอกไม้ที่เป็นแกนหลักและขาดไม่ได้คือ "ดอกมะลิ" ซึ่งสื่อถึงความรักอันบริสุทธิ์และไม่ต้องการสิ่งตอบแทนของแม่ที่มีต่อลูก การที่จะได้พวงมาลัยดอกมะลิวันแม่สักพวง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังนอกจากจะเป็นคนร้อยพวงมาลัยแล้ว คนอีกกลุ่นหนึ่งก็คนเกษตรกรผู้ปลูกดอกมะลิให้เราๆ ท่านๆ ได้นำไปใช้กัน แต่รู้หรือไม่ว่าการปลูกต้นมะลิให้ได้ดอกมะลิสีขาวบริสุทธ์ดังใจต้องการนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องอาศัยความชำนาญ ประสบการณ์ และความพยายามอย่างสูง
ดอกมะลินั้นมีหลายชนิด มะลิซ้อน, มะลิลา, มะลิถอด, มะลิวัลย์ เป็นต้น แต่ละชนิดก็มีความต้องการของตลาดแตกต่างกัน อีกทั้งฤดูกาลก็มีผลกับราคาของดอกมะลิด้วย มะลิจะออกดอกมากในช่วงเดือน มีนาคม, เมษายน, พฤษภาคม, มิถุนายน และกรกฎาคม ราคาของดอกมะลิของช่วงนี้จะไม่ดีนัก หากเกษตรกรต้องการราคาดี ควรทำให้มะลิออกดอกในช่วงเดือน ธันวาคม, มกราคม, กุมภาพันธ์ ซึ่งช่วงนั้นจะมีมะลิในท้องตลาดน้อย ทำให้ได้ราคาที่ดีกว่า และต่อไปนี้มาดูกันว่าการปลูกมะลินั้นมีอะไรที่ต้องรู้เป็นพื้นฐานบ้าง และมีอุปสรรคอะไรบ้างที่เกษตรกรต้องเผชิญบ้าง
การปลูกมะลิ ความรู้เบื้องต้นที่ควรรู้และเกี่ยวข้องก่อนการปลูกมะลิ
ปัจจัยสำคัญอะไรที่มีผลกับการปลูกมะลิ? - สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาก่อนการปลูกมะลิคือ แสง ต้นมะลิต้องได้แดดทั้งวัน
ปุ๋ยอะไรที่ใช้ใส่ต้นมะลิ? - การเตรียมดินให้ใช้ ปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก เพื่อเพิ่มธาตุอาหารและอินทรีย์วัตถุในดิน และเมื่อปลูกมะลิแล้ว ช่วงแรกให้ใส่ปุ๋ยเคมี 20-10-10 หรือ ปุ๋ยสูตรเสมอ
ต้นมะลิขยายพันธุ์ด้วยวิธีใด? - การขยายายพันธุ์ของมะลินั้นมี 3 วิธี ได้แก่ การตอน การชำ แยกกอ แต่ที่ได้รับความนิยม คือ การชำ การชำมะลิที่ดี คือใช้ กิ่งอ่อน (ไม่ควรใช้กิ่งแก่) เลือกตัดกิ่งอ่อนยาวประมาณ 4 นิ้ว แล้วนำไปจุ่มฮอร์โมนเร่งราก (เช่น IBA, NAA) แล้วจึงนำไปปักชำในที่ๆ เตรียมไว้ วัสดุที่ใชัปัดชำ ก็คือ ทรายผสมกับขี้เถ้าแกลบ ถ้าทำเป็นจำนวนมากๆ ก็นิยมทำในกระโจมเพื่อควบคุมความชื่นได้ดี แต่ถ้าทำจำนวนน้อยๆ ก็ให้ใส่ถ้วย ตะกร้า หรือภาชนะ แล้วนำถุงพลาสติกมาหุ้มเป็นกระโจมเพื่อให้มีความชื้นตลอด จนกระทั่ง 3 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน (แล้วแต่ชนิดของมะลิ) กิ่งปักชำก็จะออกราก และพร้อมที่จะนำไปปลูกต่อไป
ควรดูแลต้นมะลิอย่างไร? - ควรดูแลด้วยการตัดแต่งกิ่งของมะลิ โดยตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค แมลงรบกวน ออกไป เพื่อให้ออกยอดใหม่ นอกจากนั้นควรตัดแต่งกิ่งให้โปร่งอยู่เสมอ ไม่ควรปล่อยให้ต้นมะลิแตกกิ่งก้านสาขาออกมาจนหนาแน่นจนเกินไป ประโยชน์ของการตัดแต่งกิ่งก้านของมะลิให้โปร่งอยู่เสมอก็คือ ทำให้มะลิแตกกิ่งก้านออกมาใหม่ได้มากขึ้น นั่นจะทำให้มะลิออกดอกมากขึ้นด้วย นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคและแมลงน้อยลงด้วย
ปัญหาต้นมะลิทรุดโทรม - หากปลูกมะลิไปแล้วมีปัญหาต้นมะลิทรุดโทรม ใบเหลืองๆ ซีดๆ เหมือนขาดปุ๋ยขาดธาตุอาหาร แม้ว่าใส่ปุ๋ยแล้ว ไม่นานก็กลับมาทรุดโทรมอีกครั้ง ถ้าหากพบอาการเช่นนี้ แสดงว่ามีความผิดปกติที่รากของต้นมะลิ ควรขุดดูที่ราก อาการแบบนี้ เรียกว่า "รากเป็นปม" หรือโรครากปม (Root Knot) สาเหตุมาจากไส้เดือนฝอยชนิดหนึ่ง ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า "Meloidogyne sp." เข้าไปเจาะเข้าไปในรากและแย่งอาหารของต้นมะลินั่นเอง
วิธีแก้โรครากปม - หากพบอาการดังกล่าวจำนวนมากอย่างกว้างขวาง ก็ควรหยุดปลูกบริเวณนั้น หรือให้น้ำท่วมแปลง ขุดดิน ขุดแปลง ในเวลาที่กว่าเดิม หรือบางคำแนะนำก็ให้หาพืชชนิดอื่นที่ไม่เป็นโรค มาปลูกสลับกับต้นมะลิ ระยะเวลาสัก 3-4 ปี รวมถึงให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์วัตถุให้มากขึ้น เพื่อให้ดินมีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์มากขึ้น หรือให้ขุดนำดินบริเวณที่เป็นโรครากปมนี้ไปเผาไฟทำลาย ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากจำเป็นจะต้องใช้สารเคมี ก็ให้ใช้สาร คาร์โบฟูราน (Carbofuran) รองก้นหลุม ก่อนปลูก ก็จะสามารถกำจัดไส้เดือนฝอย "เมลอยโดกายน์" นี้ได้โดยตรง
มะลิมีใบไม่เขียว ใบเป็นจุดสีน้ำตาลอ่อน - อาการอีกอย่างหนึ่งของต้นมะลิที่พบกันก็คือ โรคแอนแทรคโนส (Anthacnose) ที่จะทำให้ใบไม่เขียว ใบเป็นจุดสีน้ำตาลอ่อน เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporiodes (Penz.) Sacc. เชื้อราชนิดนี้หากเป็นแล้วก็สามารถแพร่ระบาดได้โดยการฟุ้งกระจายไปกับลม นอกจากนั้นยังแพร่ระบาดด้วยการถูกชะล้างไปน้ำที่รดต้นไม้ หรือแม้กระทั่งฝน หากพบอาการเช่นนี้ก็ให้ตัดแต่งส่วนที่ติดเชื้อราออกและส่วนที่ตัดทิ้งไปเผาไฟ และให้ใช้สารกำจัดเชื้อราฉีดพ้นป้องกันไว้
ดอกมะลิเป็นสีม่วง - อีกปัญหาหนึ่งในการปลูกดอกมะลิคือ มีอาการที่ดอกมะลิเป็นสีม่วง แทนที่จะเป็นสีขาว สาเหตุมาจากหนอนชนิดหนึ่ง เรียกว่า "หนอนเจาะดอกมะลิ" เมื่อหนอนชนิดนี้ไปเจาะดอกมะลิ จะทำให้ดอกมะลิเป็นสีม่วง วิธีแก้ก็คือ ตัดแต่งพุ่มมะลิให้โปร่งไม่ให้เป็นที่อยู่ของหนอน กำจัดเศษพืชบริเวณโคนต้นโดยนำไปเผาไฟทำลายเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของดักแด้ของหนอน หากจำเป็นต้องใช้สารเคมีชื่อ "ไปน๊อกซ์" ฉีดพ่น
แหล่งข้อมูล
รายการ เกษตร Society ช่อง SpringNews
http://www.sotus.co.th/Home%20garden%20care_jasmine.html
http://www.agriqua.doae.go.th/plantclinic/Clinic/plant/mali/knot.htm
http://orchids21.tripod.com/Html/or_Anthacnose.html

ขอบคุณค่ะที่ให้คำแนะนำ..ค่ะ☺☺
ตอบลบ